top of page
FOREST MUSIC

เมื่อบ้านและสวนมารู้จักผู้ก่อตั้งป่าน้ำใส: จากความฝันวัยเด็กสู่ชุมชนที่เคารพธรรมชาติ

28 ก.ย. 2568
ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 15 ก.ย.

ครั้งหนึ่ง บ้านและสวน ได้เข้ามาพูดคุยกับผู้ก่อตั้งป่าน้ำใส และถ่ายทอดเรื่องราวของพื้นที่แห่งนี้ผ่านบทความชื่อ

“ชวนมารู้จักผู้ก่อตั้ง ป่าน้ำใส ชุมชนสุขภาวะที่อยากให้มนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างเคารพธรรมชาติ”

บทความไม่ได้เล่าเพียงว่า ป่าน้ำใสมีบ้าน ป่า หรือน้ำอย่างไร แต่ย้อนกลับไปถึงความทรงจำในวัยเด็ก ความฝันเรื่อง “บ้านเล็กในป่าใหญ่” ประสบการณ์จากการทำธุรกิจและงานสังคม ตลอดจนความตั้งใจที่จะสร้างพื้นที่ที่คนสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติและอยู่ร่วมกันอย่างเคารพได้จริง




จากความทรงจำในวัยเด็ก สู่ความฝันเรื่องบ้านกลางป่า

บ้านและสวนเล่าว่า จุดเริ่มต้นทางความคิดของป่าน้ำใสมีส่วนมาจากชีวิตวัยเด็กของผู้ก่อตั้ง

ความทรงจำเกี่ยวกับครอบครัวเกษตรกร บ้านเล็กในสวน การปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ และวิถีชีวิตเรียบง่าย รวมถึงความประทับใจจากหนังสือ “บ้านเล็กในป่าใหญ่” ค่อย ๆ หล่อหลอมให้เกิดความฝันว่า วันหนึ่งอยากมีบ้านที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างสงบ

เมื่อเติบโตขึ้น ประสบการณ์ทั้งจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และงานเพื่อสังคมทำให้ความฝันนั้นพัฒนาไปไกลกว่าการสร้างบ้านของตัวเอง

คำถามจึงเปลี่ยนจาก

“เราจะมีบ้านกลางป่าได้อย่างไร”

ไปเป็น

“เราจะสร้างพื้นที่ที่คนหลายคนสามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีคุณภาพได้อย่างไร”



ป่าน้ำใสไม่ได้เริ่มจากการคิดว่าจะขายที่ดิน

ในบทสัมภาษณ์ ผู้ก่อตั้งอธิบายว่า ป่าน้ำใสไม่ได้เริ่มต้นจากเป้าหมายว่าจะทำโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อจัดสรรขายทั่วไป แต่เริ่มจากความฝันส่วนตัวว่าอยากสร้างพื้นที่ให้เพื่อนและคนใกล้ชิดมาอยู่ร่วมกัน

เมื่อแนวคิดนั้นค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามเวลา ป่าน้ำใสจึงเริ่มมองหาสมาชิกจากภายนอก แต่ยังคงรักษาหลักสำคัญไว้ คือ ไม่ได้มองเพียงว่าใครมีความสามารถซื้อ แต่ต้องดูว่าใครเหมาะกับวิธีคิดและวิถีของพื้นที่

นี่จึงเป็นที่มาของแนวคิดเรื่องการพูดคุยและคัดเลือกสมาชิกก่อนการซื้อขาย


บ้านเล็กในป่าใหญ่

บ้านและสวนบันทึกว่า ผู้ก่อตั้งเริ่มซื้อที่ดินบริเวณบ้านคลองบางตาลตั้งแต่ปี 2532 และวางภาพพื้นที่ไว้ค่อนข้างชัดเจนตั้งแต่ต้นว่า ต้องการให้น้ำและธรรมชาติมีสัดส่วนสำคัญ ขณะที่พื้นที่อยู่อาศัยมีเพียงส่วนหนึ่งของพื้นที่ทั้งหมด

จากพื้นที่เดิมที่เป็นท้องนาและไร่อ้อย เริ่มมีการขุดทะเลสาบและคลอง วางพื้นที่เปิด และปลูกต้นไม้อย่างต่อเนื่อง

ต้นไม้ไม่ได้ถูกปลูกเพื่อให้ภูมิทัศน์ดูเนี้ยบเหมือนสวนประดับ แต่ตั้งใจให้เติบโตไปในลักษณะที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด โดยคำนึงถึงความหลากหลายและความเหมาะสมของพื้นที่

กว่า 36 ปีต่อมา สิ่งที่เริ่มจากภาพในความคิดจึงค่อย ๆ กลายเป็นป่า น้ำ และภูมิทัศน์ที่สัมผัสได้จริง


ชมภาพชีวิตและบรรยากาศของป่าน้ำใส


จากประสบการณ์ในโครงการใหญ่ สู่การเลือกคนที่ใช่

อีกประเด็นหนึ่งที่บทความบ้านและสวนถ่ายทอดไว้อย่างน่าสนใจ คือประสบการณ์จากการทำหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ในอดีต

เมื่อมีผู้คนจำนวนมาก ปัญหาที่ต้องบริหารจัดการก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ประสบการณ์นั้นกลายเป็นบทเรียนสำคัญว่า หากต้องการสร้างชุมชนที่สงบและอยู่ร่วมกันได้ในระยะยาว การคัดเลือกผู้ที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกมีความสำคัญไม่แพ้การออกแบบพื้นที่

บ้านและสวนใช้หัวข้อว่า “ตามหาคนเผ่าเดียวกัน”

ในบริบทของป่าน้ำใส คำนี้ไม่ได้หมายถึงคนที่ต้องคิดหรือใช้ชีวิตเหมือนกันทั้งหมด

แต่หมายถึงคนที่มีคุณค่าพื้นฐานบางอย่างร่วมกัน เช่น

  • เคารพธรรมชาติ

  • เคารพความแตกต่างของผู้อื่น

  • ให้ความสำคัญกับความสงบและความเป็นส่วนตัว

  • มีความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดกับคนรอบข้าง

  • พร้อมอยู่ร่วมกับชุมชนโดยไม่ยึดตนเองเป็นศูนย์กลางเพียงอย่างเดียว


เคารพมนุษย์ เคารพธรรมชาติ

บ้านและสวนบันทึกไว้อย่างชัดเจนว่า หลักสำคัญในการคัดเลือกสมาชิกของป่าน้ำใส คือการดูทั้ง ความเคารพต่อความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น และ ความเคารพต่อธรรมชาติ 

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการซื้อที่ดินที่ป่าน้ำใสจึงไม่ได้เป็นเพียงธุรกรรมซื้อขายทั่วไป

การพูดคุยกันก่อนตัดสินใจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ เพื่อให้ทั้งผู้สนใจและป่าน้ำใสได้พิจารณาว่า แนวคิดและรูปแบบชีวิตของพื้นที่เหมาะสมกับกันและกันหรือไม่

เมื่อมองในระยะยาว หลักคิดนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อทำให้สมาชิกทุกคนเหมือนกัน แต่เพื่อให้ความแตกต่างสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ทำลายสิ่งที่ทุกคนให้คุณค่าร่วมกัน


หัวใจของป่าน้ำใส

เมื่อบ้านและสวนถามว่า “หัวใจ” ของป่าน้ำใสคืออะไร ผู้ก่อตั้งอธิบายถึงความตั้งใจที่จะสร้าง สังคมสุขภาวะ ที่มีทั้งสิ่งแวดล้อมที่ดีและผู้คนที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม

อีกแนวคิดสำคัญที่ถูกถ่ายทอดผ่านการออกแบบประตูทางเข้าป่าน้ำใส คือ

เสรีภาพ ความเสมอภาค และภราดรภาพ

ความหมายไม่ใช่การทำให้ทุกคนมีชีวิตแบบเดียวกัน แต่คือการยอมรับความแตกต่างของแต่ละคน ภายใต้ความเท่าเทียม สิทธิส่วนบุคคล และความรับผิดชอบในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

แนวคิดนี้ยังคงสะท้อนอยู่ในวัฒนธรรมและระบบการอยู่ร่วมกันของป่าน้ำใสในปัจจุบัน

จากชุมชนที่อยู่อาศัย สู่พื้นที่แห่งสุขภาวะและการเรียนรู้

ในช่วงท้ายของบทความ บ้านและสวนยังพูดถึงวิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้งที่ต้องการให้ป่าน้ำใสพัฒนาต่อไปสู่กิจกรรมและธุรกิจด้านสุขภาวะ รวมถึงการเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่สามารถเชื่อมโยงกับชุมชนรอบข้างได้

แนวคิดนี้ยังคงมีความหมายกับป่าน้ำใสในวันนี้

ป่าน้ำใสจึงไม่ได้มองพื้นที่เพียงในฐานะที่อยู่อาศัย แต่ยังเปิดโอกาสให้เกิดกิจกรรม การเรียนรู้ และธุรกิจที่สอดคล้องกับคุณภาพชีวิต ธรรมชาติ และชุมชน


ดูโอกาสด้านธุรกิจ การเรียนรู้ และสุขภาวะที่ป่าน้ำใส


เมื่อสื่อภายนอกช่วยเล่าเรื่องป่าน้ำใส

บทความของบ้านและสวนมีคุณค่าเพราะเป็นอีกมุมมองจากบุคคลภายนอกที่ช่วยอธิบายว่า ป่าน้ำใสไม่ได้เกิดขึ้นจากการออกแบบทางกายภาพเพียงอย่างเดียว

แต่เกิดจากความทรงจำ ประสบการณ์ ความเชื่อ และการทดลองใช้ชีวิตจริงของผู้ก่อตั้งตลอดหลายสิบปี

สำหรับป่าน้ำใส บทความนี้จึงเป็นมากกว่าการประชาสัมพันธ์

มันเป็นอีกหนึ่งบันทึกที่ช่วยให้ผู้คนได้เห็นว่า เบื้องหลังป่า น้ำ บ้าน และภูมิทัศน์ มีแนวคิดเรื่อง มนุษย์ ธรรมชาติ และการอยู่ร่วมกัน เป็นรากฐานอยู่ด้วย


อ่านเรื่องราวฉบับเต็มจากบ้านและสวน

หากต้องการอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม รวมถึงเรื่องราววัยเด็ก จุดเริ่มต้นของป่าน้ำใส วิธีคิดเรื่องการปลูกป่า การคัดเลือกสมาชิก และวิสัยทัศน์ด้านชุมชนสุขภาวะ สามารถอ่านต้นฉบับจากบ้านและสวนได้ที่


ดูแนวคิดและปรัชญาของป่าน้ำใส



ความคิดเห็น

ได้รับ 0 เต็ม 5 ดาว
ยังไม่มีการให้คะแนน

ให้คะแนน

ติดต่อป่าน้ำใส เลือกกดปุ่มได้เลย

  • Google Map
  • image_edited_edited_edited
  • Facebook
  • Line
  • 081-495-9269

081-495-9269

bottom of page